เราใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกันเพื่อวัดประสิทธิภาพของเว็บไซต์ ปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ และนำเสนอเนื้อหาที่เหมาะสม คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่านี้ได้ตลอดเวลาในหน้าการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว รายละเอียดความเป็นส่วนตัว
TPN - เครือข่ายอสังหาริมทรัพย์
คู่มือสำหรับเจ้าของทรัพย์สินชาวไทยที่ต้องการขาย: มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน/จดจำนอง 0.01% ถึงมิถุนายน 2570 ภาษีฝ่ายผู้ขาย (หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะ/อากรแสตมป์) ขั้นตอนที่กรมที่ดิน และกฎการขายให้ผู้ซื้อชาวต่างชาติภายในโควตา 49%
ตรวจสอบล่าสุดเมื่อ 3 ตุลาคม 2569 · เวอร์ชัน 1 · อ้างอิงแหล่งข้อมูลทางการ 2 แหล่ง
ประมาณค่าคอมขายหรือเช่า แล้วลองแบ่งระหว่างนายหน้าฝั่งทรัพย์และฝั่งลูกค้า
คำแนะนำทีละขั้นสำหรับการลงประกาศ ขาย และทำงานร่วมกับเอเจนต์อสังหาฯ ในไทย
สร้างบัญชีเบต้าฟรีเพื่อใช้ทรัพย์ร่วม ติดตามลีด ทำ co-broking และเปิดเว็บไซต์อสังหาฯ ในแบรนด์คุณ
สำหรับเจ้าของทรัพย์สินชาวไทยที่ต้องการขายบ้าน คอนโด หรือที่ดิน กระบวนการหลักเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการโอนที่กรมที่ดิน ภาษีฝ่ายผู้ขาย และหากผู้ซื้อเป็นชาวต่างชาติ ยังมีเรื่องโควตาการถือครองและเอกสารการโอนเงินจากต่างประเทศเพิ่มเติม ปัจจุบันมีมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับธุรกรรมที่อยู่อาศัยราคาไม่สูงที่เข้าเงื่อนไข ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570[1][2] ส่วนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย รวมถึงภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ ยังคงเป็นภาระของผู้ขายที่ต้องชำระในวันโอนกรรมสิทธิ์[3]
ในวันโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ขายควรเตรียมงบประมาณสำหรับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (คำนวณจากราคาประเมินตามอัตราก้าวหน้าสำหรับบุคคลธรรมดา หรืออัตราคงที่ 1% สำหรับนิติบุคคล) ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (ถือครองไม่ถึง 5 ปี) หรืออากรแสตมป์ 0.5% (ถือครองตั้งแต่ 5 ปี) และหากธุรกรรมไม่เข้าเงื่อนไขมาตรการลดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมการโอนมาตรฐาน 2% และค่าจดจำนอง 1% ซึ่งโดยทั่วไปจะตกลงแบ่งจ่ายกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย[3][4][5] ค่านายหน้าตัวแทนสำหรับการขายโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 3% ของราคาขาย แม้จะเป็นเพียงธรรมเนียมปฏิบัติของตลาด ไม่ใช่อัตราตามกฎหมาย และยังสามารถต่อรองได้[5]
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นภาษีที่เจ้าของต้องชำระระหว่างถือครองทรัพย์สิน ไม่ใช่ในวันโอน โดยกฎหมายกำหนดเพดานอัตราไว้ที่ 0.15% สำหรับที่ดินเกษตรกรรม 0.3% สำหรับที่อยู่อาศัย และ 1.2% สำหรับการใช้ประเภทอื่นหรือที่ดินรกร้างว่างเปล่า พร้อมสิทธิยกเว้นสำหรับบ้านหลังหลัก (สูงสุด 50 ล้านบาทสำหรับกรณีเป็นเจ้าของทั้งบ้านและที่ดิน และ 10 ล้านบาทสำหรับกรณีเป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง) ณ เดือนมกราคม 2569 ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาลดอัตราภาษีในภาพรวม แม้จะมีข้อเสนอให้ลดอัตรา 50% สำหรับปี 2569 แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจนกว่าจะมีการประกาศพระราชกฤษฎีกา[13][14][15]
การโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดินโดยทั่วไปสามารถทำเสร็จได้ภายในวันเดียวเมื่อเอกสารและภาษีครบถ้วน แต่ผู้ขายควรเผื่อเวลาล่วงหน้าสำหรับการขอประเมินภาษี การไถ่ถอนจำนอง (ถ้ามี) และในกรณีผู้ซื้อเป็นชาวต่างชาติ การตรวจสอบเงินโอนเข้าและแบบฟอร์มธุรกรรมเงินตราต่างประเทศให้ครบถ้วน[1]
มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับธุรกรรมที่อยู่อาศัยราคาไม่สูงที่เข้าเงื่อนไข ได้รับการขยายเวลาไปถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569[1][2] ในด้านการถือครองของชาวต่างชาติ การบังคับใช้กฎหมายเรื่องนอมินีเข้มงวดขึ้นตลอดปี 2569 ตั้งแต่มาตรการที่คณะรัฐมนตรีทบทวน รวมถึงการคัดกรองด้วย AI ในเดือนกุมภาพันธ์ การรับฟังความคิดเห็นแก้ไขพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่สิ้นสุดในเดือนเมษายน และรายงานของผู้ตรวจการแผ่นดินในเดือนกรกฎาคมเกี่ยวกับร่างแก้ไขที่มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี และปรับประมาณ 3 ล้านบาท ขณะที่ข้อเสนอเพิ่มโควตาต่างชาติในคอนโดเป็น 75% ยังอยู่ระหว่างการศึกษาโดยไม่มีการเสนอร่างกฎหมาย[8][9][10][11][12] ส่วนข้อเสนอลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 50% สำหรับปี 2569 ยังไม่ได้รับการยืนยันด้วยพระราชกฤษฎีกา ณ เดือนมกราคม 2569[14][15]
ได้ หากทำการโอนภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 และราคา ราคาประเมิน และวงเงินกู้แต่ละรายการไม่เกิน 7 ล้านบาท โดยผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย[1][2]
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย บวกกับภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (ถือครองไม่ถึง 5 ปี) หรืออากรแสตมป์ 0.5% (ถือครองตั้งแต่ 5 ปี)[3][4]
ได้ ตราบใดที่สัดส่วนการถือครองของชาวต่างชาติในโครงการยังไม่เกินโควตา 49% และผู้ซื้อโอนเงินซื้อจากต่างประเทศพร้อมแบบฟอร์มธุรกรรมเงินตราต่างประเทศสำหรับยอดตั้งแต่ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ[6][7][1]
ไม่ได้ในนามผู้ซื้อชาวต่างชาติเอง เพราะชาวต่างชาติไม่สามารถถือครองที่ดินได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ยกเว้นผ่านช่องทางการลงทุนของ BOI และการใช้นอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดนี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย[6][13]
มีข้อเสนอที่อยู่ระหว่างการศึกษาของคณะรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปลายปี 2567 แต่ยังไม่มีการเสนอร่างกฎหมายต่อรัฐสภา จึงยังใช้เพดาน 49% อยู่[8][9][6]
โดยทั่วไปประมาณ 3% ของราคาขาย แต่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของตลาดที่ต่อรองได้ ไม่ใช่อัตราตามกฎหมาย[5]
ภาษีนี้ชำระเป็นรายปีระหว่างถือครองทรัพย์สิน ไม่ใช่ตอนโอน โดยเพดานอัตราสำหรับที่อยู่อาศัยอยู่ที่ 0.3% พร้อมสิทธิยกเว้นสำหรับบ้านหลังหลัก[13][14]
ควรหลีกเลี่ยงการเกี่ยวข้อง เพราะปี 2569 มีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงการคัดกรองด้วย AI และข้อเสนอโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี[10][11][12]
ขยายเวลาลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง 0.01% ถึงมิถุนายน 2570
คณะรัฐมนตรีขยายเวลามาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดทะเบียนจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยที่เข้าเงื่อนไข ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
โควตาคอนโด 75% ยังเป็นแค่ข้อเสนอ ส่วนแผนเช่า 99 ปีถูกพับไปแล้ว
กระแสข่าวเรื่องการขยายโควตากรรมสิทธิ์คอนโดของชาวต่างชาติเป็น 75% และการเช่าระยะยาว 99 ปียังคงมีอยู่ต่อเนื่อง แต่ทั้งสองเรื่องยังไม่ใช่กฎหมาย โดยแผนเช่า 99 ปีถูกพับไปแล้ว ส่วนโควตายังอยู่ระหว่างการศึกษาของคณะรัฐมนตรีที่ยังไม่ได้เสนอเป็นร่างกฎหมาย กฎเกณฑ์ปัจจุบันยังคงเป็น 49% และ 30 ปี
คู่มือนี้ดูแลโดยทีมวิจัยของ TPN และระบบ AI จากแหล่งข้อมูลทางการและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ภาษี หรือการตรวจคนเข้าเมือง โปรดตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ